วิธีใช้ประเมินค่าหุ้นถูกหรือแพง ดูว่าต่ำ Book จริงไหม
เจาะลึก P/BV Ratio คืออะไร? สอนวิธีคำนวณและเทคนิคใช้ค่า P/BV ประเมินมูลค่าหุ้น เพื่อหาหุ้นราคาถูกที่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (Book Value)
P/BV Ratio คืออะไร? วิธีใช้ค่า P/BV ประเมินมูลค่าหุ้นว่าต่ำกว่า Book หรือไม่
ในการเริ่มต้นลงทุนในหุ้น คำถามแรกๆ ที่นักลงทุนมักสงสัยคือ "หุ้นตัวนี้ราคาถูกหรือแพง?" แม้ว่าราคาหน้ากระดานจะบอกว่าหุ้นราคา 5 บาท หรือ 100 บาท แต่นั่นไม่ได้บอกความถูกแพงที่แท้จริง เครื่องมือหนึ่งที่นักลงทุนสายพื้นฐาน (VI) นิยมใช้กันมากคือ P/BV Ratio เพื่อดูว่าราคาหุ้นในตลาดปัจจุบัน สูงหรือต่ำกว่า "มูลค่าทางบัญชี" ของบริษัทมากน้อยแค่ไหน
เกล็ดความรู้เพิ่มเติม Book คืออะไร
บุ๊ก หรือ Book Value คือ มูลค่าทางบัญชีที่คิดมาจากสินทรัพย์ทั้งหมดหักลบด้วยหนี้สินทั้งหมดของบริษัท หากมีการปิดกิจการและนำสินทรัพย์ไปขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ มูลค่าบุ๊กนี้คือเงินส่วนสุดท้ายที่จะนำมาเฉลี่ยคืนให้แก่ผู้ถือหุ้นรายตัว
P/BV Ratio คืออะไร?
P/BV Ratio (Price to Book Value Ratio) คือ อัตราส่วนทางการเงินที่เปรียบเทียบระหว่าง "ราคาหุ้นปัจจุบัน (Price)" กับ "มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (Book Value per Share)" ค่านี้จะบอกให้เรารู้ว่า หากเราซื้อหุ้นที่ราคานี้ เรากำลังจ่ายเงินเป็นกี่เท่าของส่วนเจ้าของ (Equity) หรือสินทรัพย์สุทธิที่บริษัทมีอยู่จริงตามบัญชี
วิธีการคำนวณ P/BV Ratio
การคำนวณค่า P/BV Ratio ทำได้โดยการนำราคาหุ้นบนกระดานซื้อขายปัจจุบันมาหารด้วยมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นที่ปรากฏในงบการเงิน
นักลงทุนสามารถตรวจสอบข้อมูลตัวเลขเหล่านี้ได้จากรายงาน งบการเงิน ของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ โดยใช้สูตรการคำนวณดังนี้
P/BV \= ราคาหุ้นปัจจุบัน
มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (BV)
โดยที่มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น หรือ BV สามารถหาได้จากสูตร
BV \= สินทรัพย์ทั้งหมด \- หนี้สินทั้งหมด
จำนวนหุ้นทั้งหมด
วิธีอ่านค่า P/BV เพื่อประเมินมูลค่าหุ้น
เมื่อคำนวณออกมาแล้ว ค่า P/BV ที่ได้จะมีความหมายที่แตกต่างกันออกไปตามตัวเลข ดังนี้:
1\. ค่า P/BV เท่ากับ 1 เท่า
หมายความว่า ราคาหุ้นในตลาด "เท่ากับ" มูลค่าทางบัญชีของบริษัทพอดี เหมือนคุณซื้อของในราคาต้นทุนตามบัญชี
2\. ค่า P/BV น้อยกว่า 1 เท่า (หุ้นต่ำบุ๊ก)
หมายความว่า ราคาหุ้นในตลาด "ถูกกว่า" มูลค่าทางบัญชี นักลงทุนมักเรียกกันว่า "หุ้นต่ำ Book Value" ในทางทฤษฎีถือว่าเป็นหุ้นราคาถูก เพราะหากบริษัทเลิกกิจการและขายสินทรัพย์เพื่อใช้หนี้ เงินที่เหลือมาแบ่งให้ผู้ถือหุ้นอาจจะมากกว่าราคาที่คุณซื้อมา
3\. ค่า P/BV มากกว่า 1 เท่า
หมายความว่า ราคาหุ้นในตลาด "แพงกว่า" มูลค่าทางบัญชี นักลงทุนยอมจ่ายเงินแพงกว่าทรัพย์สินที่มีอยู่จริง เพราะคาดหวังถึงผลกำไรในอนาคต หรือมองเห็นศักยภาพของแบรนด์และเทคโนโลยีที่ไม่ได้บันทึกเป็นตัวเงินในบัญชี
เทคนิคการใช้ P/BV ประเมินหุ้นให้แม่นยำ
การดูแค่ค่า P/BV เพียงอย่างเดียวอาจทำให้หลงกล "กับดักหุ้นถูก" ได้ นักลงทุนมือโปรจึงใช้เทคนิคเหล่านี้ควบคู่กัน:
- เปรียบเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน หุ้นแต่ละกลุ่มมีค่า P/BV มาตรฐานไม่เท่ากัน เช่น กลุ่มธนาคารมักมี P/BV ต่ำ (ต่ำกว่า 1 เป็นเรื่องปกติ) แต่กลุ่มเทคโนโลยีมักมี P/BV สูงเพราะเน้นสินทรัพย์ทางปัญญา
- เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีตของตัวเอง ดูว่าปัจจุบันหุ้นตัวนี้มี P/BV ถูกหรือแพงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมาของตัวมันเองหรือไม่
- ดูควบคู่กับ ROE หุ้นที่มี P/BV สูง แต่มี ROE (Return on Equity) สูงด้วย แสดงว่าบริษัทมีความสามารถในการทำกำไรเก่ง นักลงทุนจึงยอมจ่ายแพง แต่ถ้า P/BV สูงแต่ ROE ต่ำ อันนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ
รู้ทันกับดัก "หุ้นต่ำ Book Value" ถูกจริงหรือแค่งบพัง?
บ่อยครั้งที่เราเจอหุ้นที่ P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า แต่ราคากลับไม่ยอมวิ่งขึ้น สาเหตุอาจมาจาก:
สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ สินทรัพย์ที่บันทึกในบัญชีอาจเสื่อมสภาพหรือขายไม่ออกจริง (เช่น สต็อกสินค้าเก่า) บริษัทขาดทุนต่อเนื่อง แม้ทรัพย์สินจะเยอะ แต่ถ้ากิจการไม่มีกำไร ตลาดก็จะให้มูลค่าที่ต่ำลงเรื่อยๆ * อุตสาหกรรมตะวันตกดิน เป็นธุรกิจที่ไม่มีอนาคตหรือกำลังจะถูก Disrupt
P/BV Ratio เป็นเครื่องมือที่ดีในการคัดกรองหุ้นราคาถูกและประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรตรวจสอบ งบการเงิน ด้านอื่นๆ และทิศทางธุรกิจประกอบด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าหุ้นที่เราซื้อในราคาต่ำกว่าบุ๊กนั้น คือ "ของดีราคาถูก" ไม่ใช่ "ของถูกที่ไม่มีใครเอา"
คำถามที่พบบ่อย P/BV Ratio
P/BV ยิ่งต่ำยิ่งดีจริงไหม? ไม่เสมอไปครับ ค่า P/BV ต่ำบอกแค่ว่าราคาหุ้นถูกเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ แต่ไม่ได้การันตีว่าบริษัทจะเติบโต หากบริษัทไม่มีกำไรหรือมีหนี้สินแฝง ค่า P/BV ที่ต่ำอาจเป็นสัญญาณเตือนภัยได้ ค่า P/BV เท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าแพง? โดยทั่วไปหาก P/BV สูงกว่า 2-3 เท่าเริ่มถือว่าเริ่มแพงในเชิงมูลค่าบัญชี แต่สำหรับหุ้น Growth Stock (หุ้นเติบโต) บางตัวอาจมี P/BV สูงถึง 5-10 เท่าได้หากนักลงทุนเชื่อมั่นในกำไรที่จะโตแบบก้าวกระโดดในอนาคต