วิเคราะห์เบื้องลึกทัพ CEO สหรัฐฯ บุกปักกิ่ง นำโดย Tim Cook เพื่อรักษาฐานการผลิตและ "ทุนสหรัฐฯ ในจีน" ท่ามกลางสงครามการค้าที่ยังไม่จบลง

บอกเลยว่างานนี้ "ธุรกิจนำการเมือง" ของจริง! แม้ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะยังคุกรุ่นจนหลายคนเสียวสันหลัง แต่ดูเหมือนว่าเม็ดเงินและโอกาสมหาศาลจะทรงพลังกว่ากำแพงภาษี ล่าสุดในการประชุม China Development Forum (CDF) ณ กรุงปักกิ่ง บรรดาบิ๊กบอสจากบริษัทระดับโลกกว่า 80 แห่ง นำโดย Apple และ Eli Lilly ต่างตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก นี่ไม่ใช่แค่การไปเยี่ยมเยียนธรรมดา แต่มันคือการส่งสัญญาณชัดเจนว่า ทุนสหรัฐฯ ในจีน ยังคงเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญที่ทิ้งไม่ได้เด็ดขาด แม้จะต้องเผชิญนโยบายสุดโต่งจากวอชิงตันก็ตาม

ทำไมยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ อย่าง Apple ยังรุกตลาดจีนท่ามกลางสงครามการค้า?

เหตุผลหลักที่ Tim Cook CEO ของ Apple ยอมขึ้นเวทีต่อจากนายกฯ หลี่ เฉียง ของจีน พร้อมเอ่ยปากชมความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีว่า "น่าทึ่งมาก" โดยเฉพาะระบบอัตโนมัติในโรงงาน เป็นเพราะ Apple กำลังเล่นเกม "Hedge ความเสี่ยง" อย่างชาญฉลาด แม้ตลาดมือถือในจีนภาพรวมจะซบเซาลง 4% แต่ Apple กลับทำยอดขายพุ่งสูงถึง 23% ในช่วงต้นปีนี้ ต้องขอบคุณกระแสตอบรับที่ถล่มทลายของ iPhone 17 ที่กู้หน้าไว้ได้ทันท่วงที การรักษาสัมพันธ์อันดีไว้จึงเป็นการปกป้องฐานผลิตกว่า 90% ไม่ให้สั่นคลอนหากเกิดสงครามภาษี (Tariffs) รอบใหม่จากฝั่ง Trump

ยักษ์ใหญ่ยา Eli Lilly และ Volkswagen ร่วมวงแบ่งเค้กแดนมังกร

ไม่ใช่แค่สายเทคที่ขยับตัว แต่ ทุนสหรัฐฯ ในจีน ในกลุ่มอุตสาหกรรมยาก็รุกหนักเช่นกัน Eli Lilly ประกาศแผนลงทุนมหาศาลกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ในทศวรรษหน้า โดยมองเห็นโอกาสทองจากยาลดความอ้วน (GLP-1) หลังจากรัฐบาลจีนเริ่มไฟเขียวให้ยา Mounjaro เข้าสู่ระบบประกันสุขภาพรัฐ ด้านเยอรมนีก็ไม่ยอมตกขบวน นายกฯ ฟรีดริช แมร์ซ นำทีม CEO ของ Volkswagen บุกจีนเป็นครั้งที่ 2 ในรอบเดือน เพื่อแก้เกมยอดขายที่ร่วงลงด้วยการเตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ถึง 20 รุ่น เรียกได้ว่าใครช้าคืออด!

ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา: การเมืองยังเป็นตัวแปรสำคัญ

ท่ามกลางรอยยิ้มในงานเลี้ยง เบื้องหลังยังมีปัจจัยเสี่ยงที่เหล่านักลงทุนต้องเผชิญ ทั้งความไม่แน่นอนของกำแพงภาษีที่ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการแลกเปลี่ยน "แร่หายาก" (Rare Earths) รวมถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปีฉบับที่ 15 ของจีนที่เน้นการพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งโอกาสและอุปสรรคใหม่ที่นักลงทุนต่างชาติห้ามกะพริบตา

สรุป : ทิศทาง ทุนสหรัฐฯ ในจีน 2026

  • รักษาความสัมพันธ์: ทัพบิ๊กบอสสหรัฐฯ นำโดย Apple บุกจีนเพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางธุรกิจและฐานการผลิตสำคัญ
  • Apple ขาขึ้น: ประสบความสำเร็จกับ iPhone 17 ยอดขายพุ่ง 23% สวนทางตลาดรวมที่ซบเซา
  • เฮลท์แคร์บุกหนัก: Eli Lilly ทุ่มงบ 3 พันล้านดอลลาร์ เจาะตลาดยาลดความอ้วนหลังได้รับอนุมัติจากรัฐบาลจีน
  • กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยง: การเคลื่อนไหวครั้งนี้คือการ Hedge ความเสี่ยงจากนโยบายกีดกันทางการค้าในอนาคต

สรุปได้ว่า แม้ฉากหน้าทางการเมืองจะดูฮึ่มใส่กันแค่ไหน แต่ในโลกของความเป็นจริง ภาคธุรกิจยังคงมองว่าจีนคือหัวใจสำคัญของการเติบโต ใครที่เข้าหาจีนได้ถูกจังหวะและปรับตัวตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ได้ทัน ย่อมมีโอกาสโกยเงินมหาศาลท่ามกลางความขัดแย้งที่ไม่มีวันจบสิ้น!

ไม่อยากตกเทรนด์? อ่านข่าวสารที่เกี่ยวข้องและอัปเดตเทรนด์เศรษฐกิจโลกก่อนใครที่: http://aslan.ai/


ที่มา: www.cnbc.com