เก้าอี้ผู้นำอังกฤษโยกเยกดันบอนด์ยิลด์นิวไฮรอบ 18 ปี ฉุดค่าเงินปอนด์และ หุ้นอังกฤษ ร่วงระนาว เตือนนักลงทุนไทยรับมือ Credit Risk ลามทุ่งสะเทือน หุ้นเยอรมัน
ตลาดการเงินฝั่งยุโรปกำลังเจอมรสุมลูกใหญ่ลามทุ่งจนแทบเอาชีวิตไม่รอด เมื่อเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอังกฤษของ เคียร์ สตาร์เมอร์ กำลังลุกเป็นไฟจากกระแสไล่บีบให้ลาออกหลังพ่ายแพ้การเลือกตั้งท้องถิ่นอย่างยับเยิน ดราม่าการเมืองครั้งนี้ทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างรุนแรงจนเกิดการเทขายพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษทิ้งอย่างดุเดือด ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมพุ่งทะยานสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008 วิกฤตหนี้และการเมืองรอบนี้ไม่เพียงแต่ฉุดให้ค่าเงินปอนด์และ หุ้นอังกฤษ ดิ่งลงเหว แต่ยังส่งแรงกระเพื่อมไปยัง หุ้นเยอรมัน และตลาดโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งนี่คือสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤตที่นักลงทุนไทยที่มีสินทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ หรือพอร์ตหุ้นในยุโรป ต้องเตรียมรับมือกับความเสี่ยงจากการปรับฐานราคาอย่างรุนแรง หรือ Credit Risk อย่างใกล้ชิด
ต้นทุนกู้ยืมอังกฤษพุ่งสูงสุดรอบ 18 ปี กระทบค่าเงินปอนด์และนักลงทุนไทยอย่างไร?
เมื่อเสถียรภาพทางการเมืองของมหาอำนาจอย่างอังกฤษสั่นคลอน ตลาดทุนและตลาดตราสารหนี้ก็ตอบรับทันทีด้วยความตื่นตระหนก โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี (Gilt Yields) ทะยานขึ้น 10 basis points แตะระดับ 5.101% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบ 18 ปี นับตั้งแต่ปี 2008 ขณะที่พันธบัตรรยะยาวอายุ 20 ปี และ 30 ปี วิ่งกระฉูดทำสถิตินับตั้งแต่ปี 1998 ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่านักลงทุนทั่วโลกกำลังรวมหัวกันเทกระจาดขายสินทรัพย์อังกฤษ เพราะกลัวว่าระบบการคลังจะพังพินาศ
ผลกระทบระลอกแรกตกเป็นของค่าเงินปอนด์ (GBP) ที่ส่งสัญญาณอ่อนค่าลงอย่างรุนแรง ซึ่งกลายเป็นโดมิโนซัดเข้าใส่เศรษฐกิจในประเทศ ทุบดัชนี หุ้นอังกฤษ โดยเฉพาะกลุ่มที่เน้นพึ่งพารายได้ภายในประเทศให้ทรุดหนัก สำหรับนักลงทุนไทยที่เข้าไปช้อนซื้ออสังหาริมทรัพย์ในลอนดอน หรือถือครองกองทุนหุ้นยุโรปที่มีสัดส่วนของ หุ้นเยอรมัน และอังกฤษอยู่ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนรวมถึงต้นทุนทางการเงินที่แพงขึ้นทั่วโลก จะเป็นตัวเร่งให้สินทรัพย์เหล่านี้เกิดการปรับฐานราคาลงอย่างรุนแรง (Credit Risk) หากไม่วางแผนกระจายความเสี่ยงให้ดี มีหวังได้เห็นพอร์ตลงทุนติดลบตัวแดงฝังลึกแน่นอน
กบฏพรรคแรงงานรุมขับไล่ผู้นำ ชนวนเหตุทำลายความเชื่อมั่นตลาดทุนยุโรป
ชนวนเหตุของความระส่ำระสายในตลาด หุ้นอังกฤษ ครั้งนี้ มาจากความไม่พอใจของประชาชนต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและวิกฤตค่าครองชีพที่ล่าช้า จนทำให้พรรคแรงงานพ่ายแพ้การเลือกตั้งท้องถิ่นอย่างสิ้นเชิง นำไปสู่มรสุมการเมืองเมื่อ สส. ฝ่ายรัฐบาลมากกว่า 70 คน แท็กทีมกันออกมาบีบให้นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ ลาออกจากตำแหน่ง แม้ว่าตัวเขาจะยังใจแข็งประกาศไม่ยอมก้าวลงจากเก้าอี้ แต่ตามกฎเหล็กหากมีเสียง สส. ในพรรคหนุนครบ 20% หรือประมาณ 81 คน การโหวตซักฟอกไล่ผู้นำภายในพรรคจะเริ่มต้นขึ้นทันที ซึ่งในเวลานี้จำนวนผู้ทรยศก็ใกล้จะถึงเกณฑ์ดังกล่าวเต็มที
สิ่งที่เหล่านักล่าพันธบัตร (Bond Vigilantes) และนักลงทุนในตลาด หุ้นเยอรมัน รวมถึงตลาดโลกหวาดกลัว ไม่ใช่แค่เรื่องการเปลี่ยนตัวผู้นำธรรมดาๆ แต่พวกเขากำลังบวก "ค่าความเสี่ยงทางการเมือง" เข้าไปในสินทรัพย์ เพราะผวาว่าหากนายกรัฐมนตรีคนใหม่เป็นพวกปีกซ้ายจัด สายประชานิยมสุดโต่ง รัฐบาลใหม่อาจจะเลือกใช้วิธีกู้เงินมหาศาลและพิมพ์พันธบัตรออกมาแจกจ่ายเพื่อซื้อใจประชาชน ซึ่งนั่นคือสูตรสำเร็จของการฉุดระบบการคลังให้ล่มสลาย และจะยิ่งทุบความเชื่อมั่นให้จมดิ่งลงไปอีก
จับตา Spillover Effect ลามทุ่งทั่วโลก วิกฤตโดมิโนที่นักลงทุนห้ามกะพริบตา
กูรูการเงินและนักยุทธศาสตร์จากสถาบันการเงินชั้นนำเริ่มออกมาเตือนแล้วว่า "สตาร์เมอร์ ดราม่า" ในครั้งนี้ อาจลงเอยด้วยประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนกรณีของ เทเรซา เมย์ ในปี 2019 ที่สุดท้ายทนแรงกดดันรอบทิศไม่ไหวจนต้องประกาศลาออก และถ้าหากสตาร์เมอร์ต้องปลิวจากเก้าอี้ไปจริงๆ เขาจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 6 ของอังกฤษที่กระเด็นตกตำแหน่งในรอบทศวรรษ สะท้อนถึงความไร้เสถียรภาพขั้นรุนแรงที่ไม่มีใครอยากเอาเงินไปเสี่ยง
ความน่ากลัวของวิกฤตรอบนี้คือผลกระเพื่อมสั่นสะเทือน (Spillover Effect) ที่พร้อมจะลามทุ่งไปยังตลาดการเงินทั่วโลก ตลาด หุ้นเยอรมัน ซึ่งมีความผูกพันทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดกับอังกฤษย่อมหลีกเลี่ยงผลกระทบจากต้นทุนทางการเงินที่พุ่งสูงขึ้นนี้ไม่พ้น ยิ่งถ้าหากเกิดสถานการณ์เลวร้ายขั้นสุดที่ทั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคลังต้องกอดคอกันลาออกพร้อมกัน กราฟผลตอบแทนพันธบัตรจะพุ่งทะยานเป็นบั้งไฟ วิกฤตสภาพคล่องจะซัดเข้าใส่ ตลาดหุ้น ทั่วยุโรปจนระเบิดเป็นวงกว้างอย่างแน่นอน
สรุป วิกฤตการเมืองอังกฤษทุบตลาด หุ้นอังกฤษ และเสถียรภาพการเงินยุโรป
ต้นทุนกู้ยืมพุ่งนิวไฮ: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษพุ่งสูงสุดในรอบ 18 ปี นับตั้งแต่ปี 2008 หลังนักลงทุนแห่เทขายสินทรัพย์จากความไม่เชื่อมั่น
การเมืองเผชิญมรสุม: สส. พรรคแรงงานกว่า 70 คน รวมตัวขับไล่ เคียร์ สตาร์เมอร์ เสี่ยงเปลี่ยนขั้วผู้นำอังกฤษ
ค่าเงินปอนด์ส่อแววทรุด: วิกฤตหนี้กดดันค่าเงินปอนด์ให้อ่อนค่ารุนแรง กระทบดัชนี หุ้นอังกฤษ และบริษัทในประเทศอย่างหนัก
เตือนนักลงทุนไทยรับมือความเสี่ยง: เสถียรภาพที่สั่นคลอนในยุโรปส่งผลกระทบต่อ หุ้นเยอรมัน และเพิ่มความเสี่ยง Credit Risk ต่อผู้ถือครองอสังหาฯ และสินทรัพย์ต่างประเทศ
มรสุมความขัดแย้งทางการเมืองภายในอังกฤษกำลังกลายเป็นชนวนเหตุสำคัญที่จุดฉนวนวิกฤตเศรษฐกิจฝั่งยุโรปให้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น การพุ่งขึ้นของต้นทุนทางการเงินและแรงกดดันในตลาด หุ้นอังกฤษ ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยที่นักลงทุนไทยมองข้ามไม่ได้ เพราะเมื่อระบบการเงินโลกเชื่อมต่อกันเป็นหนึ่งเดียว โดมิโนตัวแรกที่ล้มในลอนดอน ย่อมพร้อมที่จะซัดเข้าใส่พอร์ตการลงทุนของคุณได้ทุกเมื่อ
ไม่อยากพอร์ตแตกเพราะวิกฤตโลก รู้ลึกทุกจังหวะเทรด หุ้นอังกฤษ หุ้นเยอรมัน และสินทรัพย์ทั่วโลกอย่างแม่นยำ พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึกที่เสิร์ฟตรงถึงมือคุณ คลิกเลย! Aslan.ai