OpenAI ประกาศจุดเปลี่ยนธุรกิจ! เปิดตัว OpenAI Deployment Company ผนึกกำลังวิศวกรชั้นนำและพาร์ทเนอร์ระดับโลก เร่งนำ AI ใช้งานจริงในองค์กร พร้อมวิเคราะห์ทิศทางหุ้น OpenAI ในอนาคต

OpenAI ชี้จุดเปลี่ยนธุรกิจโลก! เมื่อ AI ไม่ใช่แค่ของเล่น แต่คือ "ระบบปฏิบัติการหลัก"

ในการให้สัมภาษณ์ล่าสุดผ่านรายการ “Squawk on the Street” ทางช่อง CNBC โดย Denise Dresser ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ (CRO) ของ OpenAI ได้ระบุว่าปัจจุบันโลกกำลังก้าวเข้าสู่ "จุด Tipping Point" หรือจุดเปลี่ยนสำคัญของการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้งาน โดยความต้องการในระดับองค์กรพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนกลายเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนศักยภาพการแข่งขัน

ล่าสุดยักษ์ใหญ่ด้าน AI ได้ประกาศจัดตั้ง OpenAI Deployment Company หน่วยธุรกิจใหม่ที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็น "พี่เลี้ยง" เชิงยุทธศาสตร์ ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่ระดับโลกถึง 19 แห่ง อาทิ Goldman Sachs, SoftBank และ Bain เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี AI เข้าสู่ระบบการทำงานจริงได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับนักลงทุนที่กำลังจับตาความเคลื่อนไหวของ หุ้นต่างประเทศ และกลุ่ม เทคโนโลยีและสื่อสาร นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า AI กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของโลก

OpenAI เผยธุรกิจแห่ใช้ AI ทั่วโลก ธุรกิจไทยควรปรับตัวอย่างไรให้ทันกระแส?

เมื่อมองมาที่ภาพรวมของ เศรษฐกิจโลก ปี 2026 AI ได้เปลี่ยนสถานะจากเครื่องมือเสริมกลายเป็น "ระบบปฏิบัติการหลัก" ของธุรกิจไปแล้ว ข้อมูลระบุว่ารายได้จากลูกค้าองค์กรของ OpenAI ปัจจุบันพุ่งสูงถึง 40% ของรายได้ทั้งหมด และตั้งเป้าให้มีสัดส่วนเท่ากับฝั่งผู้ใช้งานทั่วไปภายในสิ้นปี 2026 นี่คือคำเตือนที่สำคัญสำหรับบริษัทไทยว่า หากยังไม่เริ่มปรับตัวหรือนำ AI เข้ามาช่วยในเวิร์กโฟลว์ภายในปี 2027 คุณอาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขันอย่างรุนแรงในตลาดโลก

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นในกลุ่ม หุ้น OpenAI แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีการเสนอขาย Open AI หุ้น ต่อสาธารณะโดยตรง แต่การเติบโตนี้ส่งผลบวกมหาศาลต่อผู้ถือหุ้นหลักอย่าง Microsoft และช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการ วางแผนการเงิน สำหรับกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีและ AI ที่เป็นเทรนด์หลักของพอร์ตลงทุนยุคใหม่

กลยุทธ์ Forward-deployed เมื่อโมเดลเก่งอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้อง "ใช้งานจริง" ให้ได้

หัวใจสำคัญของการขยายตัวครั้งนี้คือการเข้าซื้อกิจการ Tomoro เพื่อดึงตัววิศวกร AI ผู้เชี่ยวชาญกว่า 150 ชีวิตเข้ามาเสริมทัพ โดยทีมงานกลุ่มนี้จะทำหน้าที่เป็น "Forward-deployed Engineers" ที่เข้าไปทำงานร่วมกับองค์กรของลูกค้าโดยตรง เพื่อทำความเข้าใจกระบวนการทำงานที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงแอปพลิเคชันหลังบ้านเข้ากับโมเดล AI เพื่อสร้างระบบอัจฉริยะที่ใช้งานได้จริงในทุกขั้นตอน

การขยับตัวของ OpenAI ในครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความเป็นอิสระที่มากขึ้น โดยเริ่มขยายบริการไปยังแพลตฟอร์มอื่น เช่น Amazon Web Services (AWS) ผ่าน Bedrock เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดกับคู่แข่งอย่าง Google (Gemini) และ Anthropic ทำให้ตลาด Enterprise AI ในปี 2026 กลายเป็นสมรภูมิที่นักลงทุนต้องติดตาม วิเคราะห์หุ้น อย่างใกล้ชิด

สรุปประเด็นข่าว เปิดตัวบริษัทลูกดัน AI สู่ธุรกิจโลกพร้อมเร่งสปีดรายได้องค์กรปี 2026

  • จุดเปลี่ยนธุรกิจ: OpenAI ระบุว่าภาคธุรกิจทั่วโลกกำลังเข้าสู่จุด Tipping Point ที่ต้องนำ AI มาใช้ในองค์กรอย่างจริงจังเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน

  • การจัดตั้งกลไกใหม่: เปิดตัว OpenAI Deployment Company ร่วมกับพาร์ทเนอร์ยักษ์ใหญ่ 19 ราย เพื่อรับหน้าที่เป็นตัวกลางหลักในการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี AI เข้าสู่ระบบการทำงานจริง

  • เสริมทัพผู้เชี่ยวชาญ: ควบรวมกิจการ Tomoro เพื่อระดมวิศวกรกว่า 150 คน สนับสนุนลูกค้าองค์กรแบบใกล้ชิด (Forward-deployed) เพื่อสร้างระบบ AI ที่ตอบโจทย์เฉพาะด้าน

  • เป้าหมายการเติบโต: ตั้งเป้าสัดส่วนรายได้จากฝั่งองค์กรให้เติบโตจนเท่ากับฝั่งผู้ใช้งานทั่วไป (Consumer) ภายในสิ้นปี 2026 โดยปัจจุบันขยับขึ้นมาแตะระดับ 40% แล้ว

ติดตามอัปเดตข่าวสารนวัตกรรมและเทรนด์การลงทุนระดับโลกได้ที่ : Aslan.ai

ที่มา: www.cnbc.com