หุ้นโลกปิดบวกรับข่าวทรัมป์พิจารณาข้อเสนออิหร่าน ขณะที่น้ำมันดิบ Brent พุ่งต่อเนื่องทะลุ 108 ดอลลาร์ จากความกังวลปิดช่องแคบฮอร์มุซ จับตาผลประกอบการ Big Tech สัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบวันนี้ กลับมาทวีความร้อนแรงอีกครั้ง หลังความหวังเรื่องสันติภาพในตะวันออกกลางเริ่มจางหาย ดันนักลงทุนเข้าสู่โหมด "Risk-off" หรือการหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกเกิดอาการสำลักทันที ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งทะยานทะลุ $108 ต่อบาร์เรล รับรู้พิษจากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังไร้ข้อสรุปที่ชัดเจน
แม้ก่อนหน้านี้จะมีสัญญาณบวกว่าทำเนียบขาวอาจพิจารณาข้อเสนอจากอิหร่านผ่านตัวกลางอย่างปากีสถาน แต่ในความเป็นจริง ภาคส่วนพลังงานยังคงถูกกดดันอย่างหนักจากการติดขัดของเส้นทางขนส่งยุทธศาสตร์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของน้ำมันโลกที่กำลังถูกบีบเค้นจากสถานการณ์สู้รบที่ยืดเยื้อมานานกว่าสองเดือน
ทำไมราคาน้ำมันถึงพุ่งสูงขึ้นหลังการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านไม่คืบหน้า?
การที่ความพยายามทางการทูตไม่สามารถหาจุดลงตัวได้ ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานโลก โดยมีปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญดังนี้:
- ความล้มเหลวของโต๊ะเจรจา: เมื่อการเจรจาไม่คืบหน้า ความกังวลว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลจะใช้มาตรการทางทหารที่เข้มข้นขึ้นจึงพุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดการกักตุนน้ำมันในตลาดล่วงหน้า
- วิกฤตซัพพลายในช่องแคบฮอร์มุซ: เส้นทางนี้คือจุดตายของตลาดน้ำมัน เมื่อมีการจำกัดการเดินเรือ ปริมาณน้ำมันดิบที่ไหลเข้าสู่ตลาดโลกจึงหายไปในทันที ดันราคา Brent ดีดตัวขึ้นกว่า 2.75% แตะระดับ $108.23
- การปรับพอร์ตของนักลงทุน: เมื่อสันติภาพไม่เกิด ตลาดจึงเลือกขายหุ้นทิ้ง (โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี) และหันไปถือครองสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากเงินเฟ้อและราคาสินค้าโภคภัณฑ์แทน
สัปดาห์ชี้ชะตาเศรษฐกิจโลก: จับตา Big Tech และบทส่งท้ายของพาวเวลล์
นอกจากวิกฤตตะวันออกกลางแล้ว ราคาน้ำมันดิบวันนี้ ยังถูกจับตาควบคู่ไปกับการรายงานผลประกอบการของกลุ่ม Big Tech (Microsoft, Alphabet, Amazon, Meta) และการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งจะเป็นครั้งสุดท้ายของ "เจอโรม พาวเวลล์" ในฐานะประธาน Fed ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงตามราคาพลังงาน
หากตัวเลข GDP และดัชนีราคา PCE ของสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าที่คาด ผนวกกับราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวเหนือ $100 อาจกลายเป็นชนวนเหตุที่นำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยระดับโลกที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิม
สรุปประเด็นสำคัญของสถานการณ์น้ำมันและตลาดโลก:
- โหมดหนีความเสี่ยง (Risk-off): ตลาดหุ้นโลกเสียเกวหลังความหวังเรื่องสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านเริ่มริบหรี่ ทำให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง
- น้ำมันดิบพุ่งทะลุแนวต้าน: Brent ดีดแตะ $108.23 และ WTI ปิดเหนือ $96 ผลจากความตึงเครียดทางการทูตและปัญหาโลจิสติกส์ในช่องแคบฮอร์มุซ
- จุดเปลี่ยน Fed: การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ สัปดาห์นี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางดอกเบี้ย ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง
- Wait-and-see: นักลงทุนรายใหญ่ยังคงรอดูผลกำไรของยักษ์ใหญ่ไอที (Big Tech) เพื่อประเมินความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง
ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและเช็กราคาพลังงานแบบเรียลไทม์ได้ที่ : https://aslan.ai/
ที่มา: