Occidental หยุดทำ Hedging ราคาน้ำมัน หลังสงครามตะวันออกกลางดันราคาพุ่งทะลุเพดาน จับตาวิกฤตค่าเงินอิหร่านซ้ำเติมน้ำมันโลกผันผวนหนัก กดดันค่าเงินบาทไทยอ่อนค่าต่อเนื่อง
ในโลกของการเงินระดับมหภาค เมื่อยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตน้ำมันตัดสินใจ "เลิกทำประกัน" นั่นคือสัญญาณเตือนภัยที่นักลงทุนทั่วโลกต้องระวัง ล่าสุด Occidental Petroleum (OXY) บริษัทน้ำมันเชลออยล์รายใหญ่ของสหรัฐฯ ประกาศระงับการทำสัญญาประกันความเสี่ยง (Hedging) ราคาน้ำมันใหม่ทันที หลังเผชิญสภาวะราคาพุ่งทะยานจนทะลุเพดานที่ทำไว้ สะท้อนความเชื่อมั่นว่าความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์จะดันราคาน้ำมันดิบเข้าสู่ยุคความผันผวนระดับรุนแรง (Hyper-volatility)
ทำไมบริษัทน้ำมันเลิก Hedging และส่งผลต่อทิศทางราคาน้ำมันดิบโลกช่วงสงครามอิหร่านอย่างไร
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดจากการที่ Occidental ใช้กลยุทธ์ Costless Collars โดยตั้งเพดาน (Ceiling) ไว้ที่ 76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่เมื่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางปะทุขึ้น ราคาน้ำมันดิบ WTI กลับทะยานแตะ 101.38 ดอลลาร์ ทำให้บริษัทต้องขายน้ำมันในราคาที่ต่ำกว่าตลาดมาก (Realized Price เหลือเพียง 69.91 ดอลลาร์) การหยุด Hedging จึงเป็นการเลือกที่จะ "เปิดรับกำไรแบบเต็มสูบ" ตามทิศทางขาขึ้นของโลก
สถานการณ์นี้ยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่อพิจารณาจากปัจจัย ค่าเงินอิหร่าน ที่อ่อนค่าอย่างรุนแรงจากผลกระทบของสงครามและการคว่ำบาตร ซึ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดแรงกดดันในภูมิภาค หากอิหร่านตอบโต้ผ่านการควบคุมเส้นทางขนส่งน้ำมัน ราคาน้ำมันโลกมีโอกาสแตะระดับ All-time high ใหม่ได้ทันที นักลงทุนที่ติดตามสถานการณ์นี้สามารถเช็กราคาตลาดโลกแบบนาทีต่อนาทีได้ที่
จับตาหุ้นพลังงานและแรงกระเพื่อมถึง "หุ้นธนาคาร"
ไม่เพียงแต่ Occidental เท่านั้นที่เจ็บตัวจากสัญญาอนุพันธ์ ยักษ์ใหญ่อย่าง Exxon Mobil และ Chevron ต่างก็รายงานผลกระทบในทิศทางเดียวกัน การที่ราคาพลังงานพุ่งสูงจะส่งผลให้กำไรของหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก แต่อาจเป็นข่าวร้ายสำหรับหุ้นกลุ่มขนส่งและอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง
นอกจากนี้ ความผันผวนของราคาน้ำมันยังส่งผลต่อเงินเฟ้อ ซึ่งบีบให้ธนาคารกลางต้องคงดอกเบี้ยสูงไว้นานขึ้น กระทบต่อต้นทุนทางการเงินของหุ้นกลุ่มการเงินและธนาคาร นักลงทุนควรประเมินพอร์ตหุ้นรายตัวควบคู่ไปกับปัจจัยมหภาค โดยสามารถอ่านบทวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่
ผลกระทบต่อ "ค่าเงินบาท" เมื่อน้ำมันโลกไร้เพดาน
สำหรับประเทศไทยที่เป็นผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงจากความตึงเครียดของ ค่าเงินอิหร่าน และสงคราม จะส่งผลโดยตรงต่อดุลการค้า ความต้องการดอลลาร์สหรัฐที่เพิ่มขึ้นเพื่อนำเข้าน้ำมันราคาแพงจะเป็นแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้ ค่าเงินบาทอ่อนค่า ลงต่อเนื่อง นักลงทุนที่ถือสินทรัพย์ต่างประเทศหรือเทรดค่าเงินควรเฝ้าระวังดัชนีดอลลาร์ที่อาจแข็งค่าขึ้นรับข่าวร้ายนี้ ติดตามบทวิเคราะห์ค่าเงินได้ที่
สรุปประเด็นข่าว Occidental เลิกประกันค่าน้ำมัน
ยุติการประกันความเสี่ยง: Occidental หยุดเพิ่มสัญญา Hedging หลังราคาน้ำมันพุ่งทะลุเพดาน 76 ดอลลาร์ จนทำให้เสียโอกาสในการทำกำไร
ยุค Hyper-volatility: ผู้ผลิตน้ำมันเชื่อว่าสงครามจะดันราคาน้ำมันพุ่งแบบไม่มีเพดาน โดยมีวิกฤต ค่าเงินอิหร่าน เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา
แรงกดดันต่อไทย: ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะกระตุ้นเงินเฟ้อและกดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ซ้ำเติมต้นทุนการผลิตในประเทศ
กลยุทธ์การลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางภาวะสงคราม : aslan.ai
ที่มา: Reuters