ระอุไม่พัก! กลายเป็นวันที่นักลงทุนฝั่งยุโรปต้องกุมขมับกันอีกรอบ เมื่อดัชนีตลาดหุ้นสำคัญๆ พากันดิ่งลงเขียวไม่ออกในวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากที่เพิ่งดีใจได้ไม่นาน โดยชนวนเหตุหลักมาจากความกังวลว่า "ข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์" ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กำลังจะหมดอายุลง อาจพังทลายลงและนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงกว่าเดิม ส่งผลให้สถานการณ์ หุ้นยุโรปร่วง กลายเป็นประเด็นร้อนที่ฉุดความเชื่อมั่นจนกู้ไม่กลับ
ทำไมหุ้นยุโรปตกทั้งที่มีข่าวหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน?
แม้จะมีกระแสข่าวเรื่องสันติภาพ แต่ตลาดมองว่าเป็นเพียง "ความสงบที่เปราะบาง" (Fragile Ceasefire) หากการเจรจาล้มเหลว ต้นทุนพลังงานจะดีดกลับทันที ซึ่งยุโรปนั้นพึ่งพาพลังงานสูงกว่าสหรัฐฯ มาก ทำให้การเคลื่อนไหวของ หุ้นยุโรปร่วง รุนแรงกว่าฝั่งอเมริกาอย่างเห็นได้ชัด โดยดัชนี STOXX 600 ปิดลบไป 0.8% อยู่ที่ 621.46 จุด ส่วนยักษ์ใหญ่ในเยอรมนี (DAX) และฝรั่งเศส (CAC) กอดคอกันร่วงหนักกว่า 1.1%
ส่องสมรภูมิตลาดทุน: ใครรุ่ง ใครร่วง?
ในขณะที่ภาพรวม หุ้นยุโรปร่วง แต่กลุ่มพลังงานกลับ "เขียวสวนกระแส" ตามราคาน้ำมันที่พุ่งทะยาน โดยยักษ์ใหญ่อย่าง BP และ Shell พุ่งขึ้นระหว่าง 1.8% - 2.9% รวมถึง TotalEnergies ที่บวกรับทรัพย์ไปตามระเบียบ
ในทางตรงกันข้าม กลุ่มท่องเที่ยวและการบินกลับ "เจ็บหนักที่สุด" เพราะโดนหมัดฮุคสองต่อ ทั้งค่าน้ำมันพุ่งและผู้คนไม่กล้าเดินทาง สายการบินดังอย่าง Lufthansa, Ryanair และ easyJet ร่วงระนาว 2.2% - 3.1% ขณะที่บริษัทวิศวกรรมการบินอย่าง Rolls-Royce และ Safran ดิ่งหนักเกือบ 4% เลยทีเดียว
มุมมองนักวิเคราะห์: ยุโรปกำลังแบกรับความเสี่ยงสูง
Daniela Hathorn จาก Capital.com และ Steve Sosnick จาก Interactive Brokers ประเมินสอดคล้องกันว่า นักลงทุนกำลังเผชิญกับความจริงที่เลี่ยงไม่ได้ ทั้งความไม่แน่นอนในการส่งออกสินค้าผ่านอ่าวเปอร์เซียและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แม้อิหร่านจะพิจารณาเข้าร่วมเจรจาที่ปากีสถาน แต่ตลาดยังไม่ไว้ใจและเลือกเทขายเพื่อลดความเสี่ยงจนทำให้ หุ้นยุโรปร่วง อย่างที่เห็น
สรุปประเด็นร้อนฉุด หุ้นยุโรปร่วง
- ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์: ตลาดกังวลว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะล้มเหลว นำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น
- ต้นทุนพลังงานพุ่ง: ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นฉุดรั้งกลุ่มท่องเที่ยวและการบินให้ร่วงลงอย่างหนัก
- ยุโรปเปราะบางกว่าสหรัฐฯ: ผลกระทบทางเศรษฐกิจส่งผลต่อยุโรปที่พึ่งพาพลังงานสูงมากกว่าฝั่งสหรัฐฯ
- กลยุทธ์ตลาด: นักลงทุนเลือกเทขายลดความเสี่ยง (Risk-off) เนื่องจากไม่มั่นใจใน "โต๊ะเจรจา" จนส่งผลให้หุ้นทั่วกระดานดิ่งลง
ทิศทางของตลาดหลังจากนี้ยังแขวนอยู่บนเส้นด้ายของสันติภาพที่เปราะบาง หากข่าวจากปากีสถานออกมาไม่สู้ดี หรือการปะทะครั้งใหม่เริ่มต้นขึ้น เราอาจได้เห็นการดิ่งลงของตลาดที่รุนแรงกว่าเดิม นักลงทุนจึงควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประเมินความเสี่ยงให้รอบด้านก่อนขยับตัวในสมรภูมินี้
วิเคราะห์ทิศทางเศรษฐกิจโลกและกลยุทธ์การลงทุนปี 2026 ก่อนใคร ได้ที่: https://aslan.ai/
ที่มา: www.reuters.com