ส่องโอกาสทำกำไรเมื่อ CPF หุ้น ลดลงมาแล้ว 27% จนต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน โบรกเกอร์แนะนำซื้อสะสม ชูทีเด็ดเงินปันผลสูงลิ่ว 5.5% รับผลบวกตลาดหมูฟื้นตัวชัดเจน
ท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้นไทยในปี 2569 ข้อมูลล่าสุด ระบุว่า CPF หุ้น ยักษ์ใหญ่ในกลุ่มเกษตรและอาหารต้องเผชิญกับมรสุมราคาที่ปรับตัวลดลงมาค่อนข้างมากถึง 27% นับจากต้นปีจนถึงปัจจุบัน (YTD) อย่างไรก็ตาม วิกฤตราคาในครั้งนี้กลับกลายเป็นโอกาสทองในสายตาของนักวิเคราะห์ โดยหลายสำนักพากันปรับเพิ่มคำแนะนำสู่ระดับ "ซื้อ" ทันที เนื่องจากราคาที่ทรุดตัวลงมานั้นได้สะท้อนปัจจัยลบไปมากจนต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงอย่างไม่สมเหตุสมผล แถมยังพ่วงด้วยทีเด็ดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูงถึง 5.5% ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มนักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสดและมองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาวอย่างเด่นชัด
โบรกเกอร์ชี้ราคาลงลึกสะท้อนแค่พอร์ตลูก พร้อมปรับคำแนะนำเป็นซื้อ
บริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยบทวิเคราะห์ล่าสุดเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของ CPF หุ้นปศุสัตว์ชั้นนำ โดยทำการปรับเพิ่มคำแนะนำขึ้นเป็น "ซื้อ" จากเดิมที่แนะนำเพียงแค่ถือ พร้อมทั้งยังคงราคาเป้าหมาย (อิงปีฐาน 2569) ไว้ที่ระดับ 23 บาทต่อหุ้น เนื่องจากมองว่าราคาบนกระดานที่ปรับฐานลงมาลึกถึง 27% นั้น ในปัจจุบันมีมูลค่าที่ต่ำเกินไปอย่างมาก
หากพิจารณาในแง่ของสินทรัพย์ มูลค่าหุ้นที่ลดลงมาในระดับนี้แทบจะสะท้อนเพียงแค่มูลค่าการถือครองหุ้นของบริษัทลูกในพอร์ตอย่าง CPALL ที่สัดส่วน 34.8% และ CPAXT ที่สัดส่วน 8.85% เท่านั้น ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวมกันสูงถึงประมาณ 18.6 บาทต่อหุ้นตามราคาตลาดในปัจจุบัน และหากประเมินบนฐานราคาเป้าหมายของบริษัทลูกทั้งสอง มูลค่าจะขยับขึ้นไปสูงถึง 24 บาทต่อหุ้นเลยทีเดียว เหตุการณ์นี้จึงหมายความว่า ตลาดหุ้นในปัจจุบันแทบไม่ได้ให้มูลค่าแก่ตัวธุรกิจหลักอย่างปศุสัตว์และอาหารของบริษัทเลย ซึ่งถือเป็นการประเมินราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริงและไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน
สัญญาณฟื้นตัวชัดเจน วัฏจักรราคาสุกรผ่านพ้นจุดต่ำสุดในทุกภูมิภาค
นอกเหนือจากประเด็นมูลค่าหุ้นที่ซ่อนอยู่แล้ว ตัวแปรสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้ราคาของ CPF หุ้น กลับมาทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งคือ แนวโน้มผลการดำเนินงานของธุรกิจหลักที่มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะวัฏจักรราคาสุกรทั้งในประเทศไทยและประเทศจีนที่ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว ดังนี้
ทิศทางตลาดปศุสัตว์ไทย: แนวโน้มราคาซื้อขายสุกรมีชีวิตภายในประเทศเริ่มส่งสัญญาณม้วนตัวกลับขึ้นมาจากจุดวิกฤตอย่างเป็นรูปธรรม โดยปัจจุบันสามารถทรงตัวและรักษาฐานราคาเอาไว้ได้ที่ระดับประมาณ 60 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งตัวเลขดังกล่าวถือว่าขยับแซงหน้าต้นทุนหน้าฟาร์มเฉลี่ยที่ 58 บาทต่อกิโลกรัมได้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ยังประเมินตรงกันว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ตลาดจะยิ่งเข้าสู่ภาวะฟื้นตัวอย่างเต็มกำลัง เนื่องจากอุปทานหรือปริมาณเนื้อหมูที่เข้าสู่ระบบโดยรวมปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากฟาร์มเลี้ยงของเกษตรกรรายย่อยเผชิญกับปัญหาโรคระบาดในสุกรก่อนหน้านี้
สถานการณ์ในประเทศจีน: ราคาสุกรที่เคยดิ่งลงไปต่ำเป็นประวัติการณ์ที่ 9.8 หยวนต่อกิโลกรัม กำลังจะได้รับแรงพยุงอย่างจริงจัง หลังจากที่รัฐบาลจีนประกาศแผนการเดินหน้าลดปริมาณอุปทานสุกรในระบบลง 12% เพื่อดันราคาให้กลับมาสู่จุดคุ้มทุน
สถานการณ์ในประเทศเวียดนาม: ราคาสุกรยังคงสามารถรักษาระดับทรงตัวในเกณฑ์สูงได้อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับอานิสงส์จากภาวะอุปทานที่ตึงตัวอย่างรุนแรง หลังจากภาครัฐหันมาบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดและส่งผลให้ฟาร์มขนาดเล็กบางส่วนต้องปิดตัวลง
การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพและการปรับเพิ่มประมาณการกำไร
ในฝั่งของต้นทุนการผลิต แม้ว่าราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศจะมีการปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 11.95 บาทต่อกิโลกรัมในเดือนพฤษภาคม จากเดิม 9.9 บาทต่อกิโลกรัมในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 อันเนื่องมาจากปัญหาอุปทานบริเวณแนวชายแดนที่ตึงตัวขึ้นและต้นทุนราคาปุ๋ยที่ปรับตัวสูง แต่ทางบริษัทสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างยอดเยี่ยม โดยปัจจุบันมีสต็อกวัตถุดิบต้นทุนต่ำที่ต่ำกว่าราคาตลาดถึง 10% ซึ่งเพียงพอสำหรับใช้ในกระบวนการผลิตยาวนานถึง 3 เดือน
ด้วยประสิทธิภาพการบริหารจัดการที่โดดเด่น ประกอบกับผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 ที่ออกมาเติบโตดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดต่ำลง ทางฝ่ายวิจัยจึงได้ทำการปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิในช่วงปี 2569-2571 ขึ้นอีก 16%, 5% และ 1% ตามลำดับ ซึ่งการปรับลดสมมติฐานค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลงเฉลี่ย 3% นี้ จะช่วยลดทอนและชดเชยแรงกดดันจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สูงขึ้นได้อย่างมั่นคง
สรุป ภาพรวมความน่าสนใจและทิศทางราคาของ CPF หุ้น
ราคาหุ้นลดลงมาค่อนข้างมากกวา 27% (YTD) จนราคาปัจจุบันสะท้อนเพียงแค่มูลค่าหุ้นของบริษัทลูกอย่าง CPALL และ CPAXT เท่านั้น ทำให้ธุรกิจหลักมีมูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริง
โบรกเกอร์ชั้นนำปรับคำแนะนำให้เป็น "ซื้อ" พร้อมประเมินราคาเป้าหมายพื้นฐานปี 2569 ไว้ที่ระดับ 23 บาทต่อหุ้น
วัฏจักรธุรกิจปศุสัตว์พลิกกลับเป็นขาขึ้น โดยราคาสุกรในไทยและจีนผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ส่วนเวียดนามยังทรงตัวสูงจากอุปทานตึงตัว
โครงสร้างต้นทุนมีความปลอดภัยสูง เนื่องจากบริษัทมีสต็อกวัตถุดิบอาหารสัตว์ราคาต่ำรองรับการผลิตได้นานถึง 3 เดือน
อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ปี 2569 คาดการณ์ว่าจะสูงถึง 5.5% ซึ่งเป็นระดับที่ดึงดูดใจนักลงทุนสไตล์เน้นคุณค่าอย่างมาก
จากการวิเคราะห์ปัจจัยรอบด้านพบว่า การลดลงของราคาหุ้นในรอบนี้ไม่ได้เกิดจากพื้นฐานธุรกิจที่พังทลาย แต่เป็นโอกาสครั้งสำคัญในการเข้าสะสมหุ้นใหญ่ราคาถูกที่กำลังจะได้รับแรงหนุนจากรอบกำไรขาขึ้นรอบใหม่ ควบคู่ไปกับการการันตีผลตอบแทนจากเงินปันผลที่คุ้มค่าในระยะยาว
อัปเดตเทรนด์การลงทุน หุ้นเด่นปันผลสูง และบทวิเคราะห์ตลาดทุนเจาะลึกก่อนใคร เพื่อสร้างพอร์ตเติบโตอย่างยั่งยืน คลิกอ่านเลยที่ Aslan.ai