จากการติดตามความเคลื่อนไหวของดัชนีทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย ทีมผู้เชี่ยวชาญมองว่าสัญญาณการค้าของยักษ์ใหญ่เบอร์ 2 ของโลกในเดือนมีนาคมนี้ กำลังส่งสัญญาณเตือนที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เมื่อตัวเลข ส่งออกจีนวูบ ลงอย่างน่าตกใจ โดยขยายตัวเพียง 2.5% ซึ่งห่างไกลจากเป้าหมายที่เหล่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 8.6% อย่างมาก สวนทางกับยอดการนำเข้าที่ทะยานขึ้นถึง 27.8% ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2021 เลยทีเดียว
ทำไมการส่งออกของจีนถึงพลาดเป้าในขณะที่การนำเข้าพุ่งสูง?
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจระหว่างประเทศ สาเหตุที่ทำให้ ส่งออกจีนวูบ จนผิดโผนั้น มีตัวแปรสำคัญมาจาก "ไฟสงครามในตะวันออกกลาง" ที่เข้ามาแทรกแซงความเชื่อมั่นและบั่นทอนกำลังซื้อทั่วโลก ส่งผลให้ดีมานด์สินค้าจากจีนชะลอตัวลงทันทีหลังจากที่เคยทำผลงานได้ดีในช่วงต้นปี นอกจากนี้ความตึงเครียดกับสหรัฐฯ ยังเป็นแผลเรื้อรังที่ทำให้ยอดส่งออกไปอเมริกาดิ่งลงถึง 26.5% สะท้อนให้เห็นว่ากำแพงภาษีและสงครามการค้ายังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้สินค้าจีนระบายออกสู่ตลาดโลกได้ยากขึ้น
ขณะที่ฝั่งการนำเข้าที่พุ่งสูงขึ้นนั้น ไม่ได้เกิดจากความคึกคักของการบริโภคภายในเพียงอย่างเดียว แต่มีเจตนาแฝงที่สำคัญคือ จีนกำลังเร่งกักตุนสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) และพลังงาน เพราะกังวลว่าราคาจะพุ่งสูงขึ้นไปมากกว่านี้จากสภาวะสงครามโลกที่ยังไม่นิ่ง รวมถึงต้องแบกรับต้นทุนนำเข้าที่แพงขึ้นจากสภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก
โรงงานเริ่ม "จุก" กำไรบางเฉียบ
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในรายงานนี้คือ ราคาหน้าโรงงาน (PPI) ขยับขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี หมายความว่าผู้ผลิตกำลังเผชิญกับภาวะ "ต้นทุนบวม" แต่กลับไม่สามารถผลักภาระไปให้ผู้บริโภคได้ เนื่องจากดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย สะท้อนว่าคนจีนเองก็ยังรัดเข็มขัด ไม่กล้าใช้จ่าย ท้ายที่สุดจึงกลายเป็นภาวะ "กำไรหด" ที่กัดกินความมั่งคั่งของภาคธุรกิจจีนในระยะยาว
Expert Insight: สถานการณ์ที่ ส่งออกจีนวูบ ในขณะที่นำเข้าพุ่งแรงเช่นนี้ คือภาวะ "Squeeze" หรือการถูกบีบจากสองทาง ด้านหนึ่งคือตลาดต่างประเทศที่ความต้องการลดลง อีกด้านคือต้นทุนการผลิตที่ควบคุมไม่ได้จากการกักตุนทรัพยากรราคาแพง จีนกำลังพยายามใช้ "เกราะป้องกัน" อย่างคลังน้ำมันสำรองยุทธศาสตร์มาประคองสถานการณ์ แต่หากดีมานด์โลกยังไม่ฟื้นตัวในไตรมาสหน้า เราอาจเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่จากปักกิ่งเพื่อพยุง GDP ให้ได้ตามเป้า 4.8%
สรุปประเด็นสำคัญ:
- ตัวเลขส่งออกจีนวูบ: เหลือเพียง 2.5% ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 8.6% อย่างมีนัยสำคัญ
- นำเข้าพุ่ง 27.8%: สูงสุดในรอบ 4 ปี จากการที่จีนเร่งกักตุนสินค้าโภคภัณฑ์และราคาพลังงานที่สูงขึ้น
- ปัจจัยภายนอกรุมเร้า: สงครามในตะวันออกกลางและดีมานด์โลกที่ชะลอตัว คือสาเหตุหลักที่ทำให้การส่งออกพลาดเป้า
- ภาวะกำไรหดตัว: ต้นทุนการผลิตขยับสูงขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ขณะที่ผู้บริโภคในประเทศยังประหยัด
- เป้าหมาย GDP: ต้องจับตาการประกาศ GDP ไตรมาสแรกของจีนที่จะเป็นตัวตัดสินทิศทางเศรษฐกิจหลังจากนี้
แม้พญามังกรจะพยายามพ่นไฟเพื่อแสดงความแข็งแกร่ง แต่ตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดกลับสะท้อนความเหนื่อยล้าจากปัจจัยรุมเร้าทั้งภายนอกและภายใน สงครามราคาและสงครามการค้ากำลังทดสอบความแกร่งของจีนว่าจะเป็นเพียงยักษ์ที่รอวันหลับ หรือจะสามารถปรับกลยุทธ์กลับมาผงาดได้อีกครั้งในครึ่งปีหลังนี้
ไม่อยากพลาดบทวิเคราะห์สำคัญ? อ่านเทคนิคเจาะลึกทิศทางเศรษฐกิจโลกและกลยุทธ์ธุรกิจที่นี่: https://aslan.ai/
ที่มา: www.cnbc.com