เจาะลึกวิกฤต "เงินเฟ้อแคนาดา" พุ่งกระฉูด 2.4% เซ่นพิษน้ำมันแพงและอาหารสดดีดตัวสูง แม้มีข่าวหยุดยิงแต่ราคาหน้าปั๊มยังนิ่ง จับตาธนาคารกลางจ่อขึ้นดอกเบี้ยปลายปี!

เงินเฟ้อแคนาดา กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำเอาชาวออตตาวาต้องกุมขมับ เมื่อดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทะยานขึ้นสู่ 2.4% ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยมีชนวนเหตุสำคัญมาจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง แม้โลกจะเริ่มมีข่าวเรื่องการเจรจาหยุดยิงออกมาบ้างแล้ว แต่ดูเหมือนว่าราคาน้ำมันหน้าปั๊มจะยังไม่ตอบสนองในเชิงบวก ทำให้ค่าครองชีพโดยรวมยังคงเป็นขาขึ้นอย่างน่ากังวล

ทำไมเงินเฟ้อแคนาดาพุ่งถึง 2.4% แม้จะมีข่าวหยุดยิง?

สาเหตุหลักที่ทำให้ เงินเฟ้อแคนาดา ร้อนแรงที่สุดในรอบ 14 เดือน มาจากราคาน้ำมันหน้าปั๊มที่ดีดตัวขึ้นถึง 5.9% ซึ่งเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากการสู้รบในอิหร่านที่ส่งผลต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แม้ในระดับการเมืองจะมีข่าวลือเรื่องการหยุดยิง แต่ในโลกความเป็นจริง "ต้นทุนน้ำมันดิบ" ที่ขาดแคลนก่อนหน้านี้ได้สะท้อนมาถึงผู้บริโภคเรียบร้อยแล้ว และไม่มีทีท่าว่าจะลดลงตามกระแสข่าวการทูต ส่งผลให้ภาคขนส่งและต้นทุนสินค้าทุกประเภทขยับตัวตามเป็นเงาตามตัว

วิกฤตปากท้อง: ไม่ใช่แค่น้ำมัน แต่ "ของกิน" ก็แพงจนน่าใจหาย

นอกจากเรื่องพลังงานแล้ว สิ่งที่ซ้ำเติมชาวแคนาดาคือราคาอาหารสดในซูเปอร์มาร์เก็ตที่พุ่งขึ้น 4.4% โดยเฉพาะกลุ่มผักสดที่ราคาดีดตัวสูงถึง 7.8% ซึ่งถือเป็นสถิติการปรับตัวขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2023 สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า เงินเฟ้อแคนาดา ไม่ได้กระจุกตัวแค่ในภาคพลังงาน แต่กำลังลามเข้าสู่โต๊ะอาหารของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

มุมมองธนาคารกลางและการคาดการณ์ดอกเบี้ยปลายปี

แม้ ทิฟฟ์ แมคเลม ผู้ว่าการธนาคารกลางแคนาดา (BoC) จะพยายามส่งสัญญาณ "ใจดีสู้เสือ" โดยระบุว่ายังไม่กังวลกับเงินเฟ้อระยะสั้นนี้ แต่นักวิเคราะห์จาก CIBC กลับมองต่าง โดยเตือนว่าผลกระทบจากราคาพลังงานอาจลามไปถึงค่าตั๋วเครื่องบินและภาคบริการอื่น ๆ ในช่วงฤดูร้อน ซึ่งจะยิ่งเติมเชื้อไฟให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นไปอีก จนอาจบีบให้ BoC ต้องตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในเดือนธันวาคมเพื่อสกัดกั้นความร้อนแรงของเศรษฐกิจ

สรุปประเด็นสำคัญ วิกฤตเงินเฟ้อแคนาดา

  • นิวไฮในรอบปี: เงินเฟ้อแคนาดารายปีทะยานขึ้นสู่ 2.4% สูงสุดในรอบ 14 เดือน
  • พลังงานพุ่ง: ราคาน้ำมันหน้าปั๊มดีดตัว 5.9% และพุ่งสูงถึง 21.2% เมื่อเทียบรายเดือนจากเหตุตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ
  • อาหารแพง: ราคาผักสดทำสถิติแพงสุดในรอบเกือบ 3 ปี โดยพุ่งสูงถึง 7.8%
  • นโยบายการเงิน: ตลาดคาดการณ์ว่าอาจมีการขึ้นดอกเบี้ยในช่วงเดือนธันวาคมเพื่อควบคุมสถานการณ์

สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวนย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อเงินในกระเป๋าของคุณ การติดตามทิศทางนโยบายการเงินอย่างใกล้ชิดจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อเตรียมรับมือกับค่าครองชีพที่อาจไม่ลดลงง่าย ๆ ในเร็ววัน

เจาะลึกทิศทางเศรษฐกิจและกลยุทธ์การลงทุนแบบมือโปรได้ที่: https://aslan.ai/

ที่มา: www.reuters.com