สำรวจดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจแคนาดา หลังพิษสงครามทำต้นทุนพุ่งกระฉูด ทำลายความหวังการฟื้นตัวจนธุรกิจต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ท่ามกลางวิกฤตเงินเฟ้อที่ต้องจับตา

เปิดศักราชมาดูเหมือนจะดีแต่ดัน "ซวย" เพราะปัจจัยภายนอกแท้ๆ สำหรับเศรษฐกิจแดนเมเปิ้ล เมื่อธนาคารกลางแคนาดา (BoC) ออกมาเปิดเผยตัวเลขที่ทำให้เราเห็นภาพชัดว่า ความเชื่อมั่นแคนาดา ในภาคธุรกิจกำลังถูกท้าทายอย่างหนัก เดิมทีธุรกิจกำลังจะส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างสวยงาม แต่พอเกิดชนวนสงครามในอิหร่านขึ้นมาปุ๊บ ทุกอย่างที่วางแผนไว้ก็แทบจะกลายเป็นศูนย์ เพราะต้นทุนที่พุ่งกระฉูดจนน่าปวดหัว

มุมมองธุรกิจแคนาดาก่อนและหลังสงครามอิหร่านเปลี่ยนไปอย่างไร?

หากย้อนกลับไปดูข้อมูลก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หรือก่อนที่สงครามอิหร่านจะระเบิดขึ้น ดัชนีแนวโน้มธุรกิจ (Business Outlook Indicator) พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ -0.36 ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่าปี สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการมีความหวัง และมองเห็นช่องทางในการทำกำไรมากขึ้น แต่เมื่อเสียงปืนนัดแรกดังขึ้น ความเชื่อมั่นแคนาดา ก็เริ่มสั่นคลอนทันที

หลังสงครามเริ่ม BoC ได้ทำผลสำรวจเพิ่มเติมและพบความจริงที่น่าตกใจว่า ผู้ประกอบการเกือบ 100% ต้องแบกรับภาระราคาต้นทุนที่ขยับตัวสูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งค่าเชื้อเพลิงที่แพงหูฉี่ ค่าขนส่งที่ปรับตัวตาม และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่เดาทางยากเหลือเกิน โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร การผลิต และพลังงาน ที่โดนหมัดฮุคเข้าเต็มเปาจนหน้ามืด

แรงงานยังไหว แต่ดอกเบี้ยเตรียมขยับ?

ในความโชคร้ายยังพอมีเรื่องให้ยิ้มได้บ้าง เมื่อตลาดแรงงานแคนาดายังคงมีความเหนียวแน่น โดยผลสำรวจระบุว่าเกือบครึ่งหนึ่งของบริษัทต่างๆ ยังมีแผนที่จะจ้างงานเพิ่มในปีหน้า ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านจากการแค่ประคองตัว (Maintenance) มาเป็นการลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาก็คือเรื่องของ "เงินเฟ้อ" แม้นาย Tiff Macklem ผู้ว่าการธนาคารกลางแคนาดาจะยังแสดงท่าทีใจเย็น แต่เหล่านักวิเคราะห์กลับมองต่าง ตอนนี้ตลาดการเงินเริ่มขยับตัวและให้น้ำหนักไปที่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ภายในปีนี้ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เงินเฟ้อลุกลามจนคุมไม่อยู่จากผลกระทบของสงครามครั้งนี้

สรุปวิกฤต ความเชื่อมั่นแคนาดา

  • สัญญาณบวกที่ชะงัก: ความเชื่อมั่นแคนาดา ในภาคธุรกิจเคยพุ่งสูงสุดในรอบปีที่ระดับ -0.36 ก่อนเกิดสงคราม
  • ต้นทุนพุ่งพรวด: สงครามอิหร่านส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต ทั้งค่าขนส่ง เชื้อเพลิง และวัตถุดิบทางการเกษตร
  • การจ้างงานยังแกร่ง: ผู้ประกอบการกว่าครึ่งยังคงมีแผนจ้างงานเพิ่ม เพื่อมุ่งเน้นการขยายกำลังการผลิตในอนาคต
  • ดอกเบี้ยขาขึ้น: จับตาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เพื่อควบคุมสถานการณ์เงินเฟ้อที่อาจบานปลายจากพิษสงคราม

เศรษฐกิจแคนาดาตอนนี้เปรียบเหมือนคนที่เพิ่งฟื้นไข้แล้วดันต้องมาเดินตากฝนพายุใหญ่ แม้รากฐานจะดูแข็งแกร่งและการจ้างงานยังเดินหน้าต่อ แต่ถ้าปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย ต้นทุนที่แบกอยู่อาจกลายเป็นระเบิดเวลาที่ทำลาย ความเชื่อมั่นแคนาดา จนกู่ไม่กลับได้เหมือนกัน งานนี้ทั้งรัฐบาลและเอกชนต้องผนึกกำลังทำการบ้านกันอย่างหนักหากไม่อยากให้นักลงทุนหนีหายไปเสียก่อน

เจาะลึกเทรนด์การเงินและกลยุทธ์การลงทุนที่แม่นยำที่สุด ได้ที่: https://aslan.ai/


ที่มา: www.cnbc.com