เจาะลึก ราคาทองตลาดโลก ลดฮวบ 165 ดอลลาร์ เซ่นพิษตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ แข็งแกร่งเกินคาด เปิดมุมมองเทคนิคอลแนวโน้มราคาทองคำและกรอบแนวรับสำคัญ

สภาวะการซื้อขายในตลาดสินทรัพย์ปลอดภัยเกิดความผันผวนอย่างรุนแรงในรอบสัปดาห์ หลังจากกระแสข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจของฝั่งสหรัฐฯ ประกาศออกมาดีกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้ ส่งผลให้นักลงทุนรายใหญ่พากันเทขายสัญญาทองคำออกสู่ตลาดเพื่อปรับฐานการลงทุนครั้งใหญ่ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ราคาปรับตัวร่วงทะลุแนวรับสำคัญระดับสัปดาห์และเปลี่ยนผ่านโมเมนตัมเข้าสู่ทิศทางขาลงระยะสั้นอย่างชัดเจน ทำให้นักลงทุนทั่วโลกต้องกลับมาทบทวนแผนการจัดการความเสี่ยงใหม่อีกครั้งในสัปดาห์นี้

ราคาทองตลาดโลก ตกลงแรงกว่า 165 เหรียญ หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ แข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้

สัญญาทองคำตลาด New York ปิดฉากการซื้อขายประจำสัปดาห์ด้วยการร่วงลงอย่างรุนแรงราว 3% ภายในวันเดียว ส่งผลให้ทิศทาง ราคาทองตลาดโลก ได้รับความเสียหายอย่างหนักหลังจากที่ทางสหรัฐฯ มีการเปิดเผยข้อมูลตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) ประจำเดือนพฤษภาคมที่ออกมาแข็งแกร่งเกินกว่าที่เหล่านักวิเคราะห์และตลาดคาดการณ์ไว้ ปัจจัยดังกล่าวตอกย้ำมุมมองของนักลงทุนว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด (FED) มีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น ท่ามกลางความกังวลด้านภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ความตึงเครียดของสงครามในแถบตะวันออกกลางที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงได้ในเร็ววัน

กระแสข่าวดังกล่าวส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ทะยานพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) ปรับตัวขึ้นมาปิดที่ระดับ 100.09 จุด และปรับตัวบวกขึ้นมามากกว่า 1% ในรอบสัปดาห์นี้ ส่งผลให้แรงซื้อในสัญญาทองคำถูกบดบังด้วยความต้องการถือครองเงินดอลลาร์แทน ปัจจัยเชิงมหภาคเหล่านี้ส่งผลโดยตรงให้เกิดแรงเทขายสัญญาทองคำล็อตใหญ่ออกมาในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้ราคาทองคำทำจุดต่ำสุดใหม่ของปี 2026 ทันที

เจาะลึกมุมมองทาง Technical และการเสียสมดุลของโครงสร้างราคา

เมื่อพิจารณาโครงสร้างราคาผ่านมุมมองทาง Technical ทองคำในวันศุกร์ที่ผ่านมาเกิดแรงเทขายอย่างรุนแรงจนราคาหลุดกรอบการสะสมพลังที่ย่ำฐานมานานกว่า 5 สัปดาห์เต็ม แท่งเทียนในกรอบเวลา Daily ปิดตัวเป็นรูปทรง Bearish Marubozu ซึ่งเป็นแท่งสีแดงยาวเต็มแท่งและแทบไม่มีไส้เทียนด้านล่าง บ่งชี้ถึงพลังฝั่งขายที่เข้าควบคุมตลาดได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ส่งผลให้เกิดการเสียทรงของราคา (Market Structure Break) หลังจากราคาหลุดแนวรับแข็งแกร่งบริเวณ 4,493 - 4,540 ดอลลาร์ ซึ่งเคยเป็นโซนราคาต่ำสุดเดิมและเป็นราคาเปิดของเดือนนี้

การหลุดโซนแนวรับสำคัญดังกล่าวส่งผลให้ Momentum ในฝั่ง Bearish กลับมาได้เปรียบอย่างรุนแรงในกรอบเวลา Daily และ Weekly โดยปัจจุบันราคาทองคำกำลังลงมาทดสอบแนวรับสำคัญระดับปีบริเวณ 4,319 ดอลลาร์ ซึ่งจุดนี้ถือเป็นสมรภูมิสำคัญที่จะเลือกว่าราคาจะเกิดการ "Rebound เพื่อหายใจ" หรือจะเลือก "ทิ้งตัวลงต่อ" โดยมีสถิติตัวเลขราคาทองวันนี้ล่าสุดที่มีกรอบราคาสูงสุด (High) อยู่ที่ 4,481 ดอลลาร์ และทำจุดต่ำสุด (Low) ที่ 4,311 ดอลลาร์ ขณะที่กองทุนทองคำรายใหญ่ของโลกอย่าง SPDR ไม่ได้ขยับสถานะเพิ่มเติมโดยคงการถือครองทองคำไว้ที่ระดับ 1,019.92 ตัน สำหรับกรอบการซื้อขายทางเทคนิคอลของทองคำประเภทต่างๆ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ตารางสรุปกรอบแนวรับแนวต้านราคาทองคำ


ประเภททองคำ

แนวรับสำคัญ

แนวต้านสำคัญ

Gold Spot

4,286 / 4,272 ดอลลาร์ต่อออนซ์

4,376 / 4,394 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ทองคำความบริสุทธิ์ 96.50%

66,700 / 66,400 บาท

67,900 / 68,200 บาท

ทองคำความบริสุทธิ์ 99.99%

69,100 / 68,800 บาท

70,400 / 70,700 บาท

ทิศทางค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้และกรอบการเคลื่อนไหวล่าสุด

ในขณะที่ราคาของทองคำดิ่งลงในตลาดโลก ทิศทางของค่าเงินบาทกลับพลิกตัวมาเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่าหนัก โดยเปิดตลาดเช้าวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ขยับขึ้นมาทดสอบโซนแนวต้าน 32.85 บาทต่อดอลลาร์ หลังจากเคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบ 32.60 - 32.85 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงก่อนหน้านี้ เนื่องจากกระแสข้อมูลตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ในส่วนยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) ประจำเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้นเกินคาดถึง 1.72 แสนราย ส่งผลให้นักลงทุนในตลาดต่างเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้อีก 1 ครั้งในปีนี้

นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนที่อยู่ในระดับสูงของการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ยิ่งสุมไฟให้ดัชนีดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งแรง บีบบังคับให้เงินบาทเคลื่อนไหวในฝั่งอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 32.65 - 32.95 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งสถานการณ์เงินบาทที่อ่อนค่าลงนี้จะเข้ามาช่วยจำกัดส่วนต่างและช่วยพยุงราคาทองคำแท่งในประเทศไม่ให้ร่วงลงแรงตามราคา Spot โลกจนเกินไป นักลงทุนจึงจำเป็นต้องประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ

สรุป ความเคลื่อนไหว ราคาทองตลาดโลก และแนวโน้มราคาทองราค

  • สัญญาทองคำนิวยอร์กปิดตลาดร่วงลง 3% หลังจาก ราคาทองตลาดโลก โดนเทขายอย่างรุนแรงกว่า 165 ดอลลาร์ ทำจุดต่ำสุดใหม่ของปี 2026

  • ตัวเลขยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมของสหรัฐฯ เดือนพฤษภาคมพุ่ง 1.72 แสนราย แข็งแกร่งกว่าคาด ดันดัชนีดอลลาร์ปิดที่ 100.09 จุด

  • โครงสร้างกราฟเทคนิคอลเกิดสัญญาณแท่งเทียน Bearish Marubozu หลุดแนวรับสำคัญและเข้าสู่โซนแนวรับระดับปีที่บริเวณ 4,319 ดอลลาร์

  • ค่าเงินบาทผันผวนในฝั่งอ่อนค่าขึ้นมาทดสอบระดับ 32.85 บาทต่อดอลลาร์ ช่วยลดทอนแรงดิ่งร่วงของราคาเหล่านักลงทุนทองคำในประเทศ

  • กองทุนทองคำรายใหญ่ระดับโลก SPDR คงการเข้าถือครองทองคำที่ระดับ 1,019.92 ตัน สะท้อนภาวะชะลอการลงทุนชั่วคราวเพื่อรอดูทิศทาง

สภาวะความเคลื่อนไหวของตลาดทองคำและอัตราแลกเปลี่ยนในเวลานี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นักลงทุนต้องหันมาปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับปัจจัยมหภาคอย่างเท่าทัน การพังทลายของแนวรับทาง Technical ควบคู่ไปกับความแข็งแกร่งของข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เป็นการเตือนภัยว่าโมเมนตัมฝั่งขายกำลังเป็นผู้คุมเกม นักเทรดจึงควรรอให้ราคาเริ่มสร้างฐานที่ชัดเจนในโซนแนวรับสำคัญระดับปี ก่อนตัดสินใจวางสถานะการลงทุนครั้งใหม่เพื่อความปลอดภัยของพอร์ต

เพิ่มความแม่นยำให้พอร์ตลงทุนด้วยข้อมูลวิเคราะห์ทองคำเชิงลึกจากทีมผู้เชี่ยวชาญ ค้นพบโอกาสทำกำไรในทุกสภาวะตลาดได้แล้ววันนี้ที่ Aslan.ai